2011/Feb/07

บทนำ

ถึงเพลาท้องฟ้ากระหายเลือด
รัตติกาลแดงเดือดย้อนกลับหา
ชายผู้เป็นนิรันด์ฟื้นกลับมา
เพื่อทำลายโลกาให้สิ้นไป
ทางแก้นั้นมีเพียงต้องสะกด
จ้าวนักรบแห่งเงามืดผู้นั้นไว้
จักต้องหาผู้รับเคราะห์มาทันใด
มินั้นไซร้ทั้งโลกาจักต้องตาย

กริ้ง
          "ผลัก ตุบ" เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นครึ่งหนึ่งก่อนจะดับลงไปอย่างรวดเร็วเมื่อมีมือๆหนึ่งโผล่มาจากใต้ผ้าห่มและปัดนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงตกลงพื้นไป ไม่นานนักสิ่งมีชีวิตใต้ผ้าห่มก็เริ่มขยับตัว เจ้าตัวผลักผ้าห่มที่ให้ความอบอุ่นแก่ตนเองมาตลอดคืนทิ้งอย่างไม่ใยดีก่อนจะลุกขึ้นมานั่งเหม่อบนเตียงนอน หันมองไปรอบๆห้องของตนที่อยู่มานาน
         ...วันนี้เราก็ต้องจากห้องนี้ไปแล้วสินะ คนบนเตียงนึกขึ้นในใจ เขาลุกขึ้นยืนบนเตียงก่อนจะบิดไล่ความเมื่อยล้าที่เกิดจากการนอนนิ่งๆไม่ขยับตัวมาทั้งคืน ร่างสมส่วนมีมัดกล้ามเล็กน้อยสมเป็นบุรุษโดดลงจากเตียงก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอนของตัวเอง
         ชายหนุ่มไปยืนหยุดอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ เขาล้างหน้าล้างตาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องหน้าชายในกระจก ตรงหน้าเขาเป็นชายหนุ่มอายุไม่น่าจะเกิน 16 ปี ที่มีนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม และผมสั้นซอยที่เผยให้เห็นใบหน้าเรียวที่ดูสะอาดหมดจด เจ้าตัวอ้าปากหาวขึ้นอีกครั้งก่อนจะก้มลงแปรงฟัน
ปัง ปัง ปัง
         "เลค!!! เลค! ตื่นรึยังเนี่ย" เสียงทุบประตูตึงตังดังจากด้านนอกห้องทำให้เจ้าของชื่อ 'เลค' รีบป้วนปากก่อนจะวิ่งออกมาจากห้องน้ำมาเปิดประตูให้มารดาผู้บังเกิดเกล้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คุณเธอจะพังประตูห้องของเขาเหมือนทุกครั้ง เมื่อเปิดประตูออกมาเขาก็พบกับหญิงสาวอายุราวๆ 30 ปี เศษ กำลังง้างมือจะทุบลงมาที่ประตูห้องอีกรอบ เจ้าของใบหน้าที่เริ่มปรากฏริ้วรอยบางๆจากความชรากำลังส่งสายตามองมาทางเขาอย่างอึ้งๆ
         "ไม่น่าเชื่อ...." มือเล็กที่ทุบประตูเมื่อครู่เลื่อนมาปิดปากบบางที่กำลังอ้าค้างของตัวเองไว้ ตาโตๆสีเขียวมองลูกชายตัวเองอย่างตกใจทำให้คนถูกมองถึงกับทำหน้าเหนื่อยหน่าย
         "นี่ลูกตื่นเชาได้ด้วยตัวเองแล้วงั้นหรือเลค! ต๊าย แม่ล่ะดีใจจริงๆ" 'นาร์ค' ยิ้มร่าเริงให้กับลูกชายตัวเองก่อนจะตบไหล่ลูกชายด้วยแรงเบาๆของตนที่ทำให้บุตรชายถึงกับเซ
         "อย่าเวอร์ได้มั้ย ผมตื่นเช้าเองมาตั้งหลายวันแล้ว" ก็ถ้าขืนตื่นไม่ทันแม่เจ้าประคุณมีหวังประตูห้องนอนพังชัวร์ๆ เลคกล่าวกับแม่ก่อนจะต่อเองในใจแบบที่ไม่คิดจะพูดออกไป
         "เฮอะ มันก็สมควรที่จะตื่นเช้าเองเป็นได้ตั้งนานแล้วล่ะย่ะ พรุ่งนี้ลูกก็ต้องไปอยู่หอพักของโรงเรียนแม็คโรค็อมซ์แล้วไม่ใช่รึไง ถ้าตื่นเองไม่ได้แล้วจะลุกไปเรียนยังไงไหว" นาร์คเอ่ยขึ้นมาพร้อมเหล่นัยน์ตาสีเขียวมองลูกชายตัวเอง เลคยักไหล่ให้กับผู้เป็นแม่ เขาเปิดปราะตูอ้าไว้ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องตัวเอง พับผ้าห่มที่ตอนนี้ลงไปกองอยู่ที่พื้นให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ที่วางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือของตัวเองแล้วเดินมาหานาร์คที่ยืนรออยู่ที่หน้าห้อง
         นาร์คยิ้มให้ลูกชายตัวเองบางๆก่อนจะเดินพาลูกชายสุดที่รักไปยังห้องครัวที่เธอได้เตรียมอาหารเช้าไว้ให้ เธอนั่งลงบนโต๊ะอาหารพร้อมๆกับเลคก่อนจะลงมือกินอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว ที่ตอนนี้เหลือเพียงเธอกับเลค และในวันพรุ่งนี้...บ้านหลังนี้ก็จะเหลือเพียงเธอคนเดียว
         อาหารมื้อเช้าผ่านไปอย่าสงบสุขเช่นทุกวัน หากเลคก็รู้ดีว่ามารดาของเขาเสียใจมากที่เขาแอบไปสอบเข้าโรงเรียนแม็คโรค็อมซ์ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองที่ไกลจากหมู่บ้านเขา...แบบมากๆในวันแรกที่เขารู้ว่าเขาสอบติด เป็นวันเดียวกับวันที่แม่เขาร้องไห้แทบขาดใจไม่อยากให้เขาออกห่างไป แม่ไม่ได้ร้องไห้ต่อหน้าเขา แม่บอกเขาเพียงว่าอยากจะไปเรียนก็ไปด้วยท่าทีไม่คิดมากทว่าเมื่อตกดึกเขากลับได้ยินเสียงของแม่ร่ำไห้อยู่นานหลายชั่วโมง ทำเอาเขาแทบเปลี่ยนใจไม่อยากไป ทว่าแม่ก็ส่งจดหมายตอบรับกลับไปแล้วว่าจะส่งเขาไปเรียนที่นั่น
         เขารักแม่ และก็รู้ดีว่าแม่รักเขา แม่ทำสิ่งที่ดีเพื่อเขาเสมอ แม้มันจะต้องฝืนใจแม่เองก็เถอะ
         ไม่นานนักมื้ออาหารเช้าของวันนี้ก็จบลง เลคกับนาร์คช่วยกันเก็บจานชามล้าง ก่อนที่นาร์คจะมายืนส่งเลคหน้าบ้าน เจ้าตัวให้เหตุผลที่ไม่ไปส่งเลคที่ท่าเรือว่าขี้เกียจเท่านั้น
         "ไม่ลืมอะไรแล้วใช่มั้ย" นาร์คพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่สนใจว่าเลคจะอยู่หรือจะไป
         "ครับ"
         "เงินค่าที่พัก แผนที่ ใบยืนยันตัว มือถือ เอาไปหมดแล้วใช่มั้ย" นาร์คถามย้ำอีกรอบ ซึ่งเลคทำเพียงพยักหน้ารับ
         "แล้วรูปพ่อแกล่ะ..เอาไปรึยัง" คราวนี้เลคถึงกับลงทุนค้นรูปพ่อในเป้ขึ้นมาให้แม่ดู มันเป็นรูปถ่ายครอบครัวของเขาเมื่อเขาอายุ 4 ขวบ มีพ่อแม่ลูกอยู่ในนั้น มันเป็นรูปใบสุดท้าย
ที่เขาได้ถ่ายกับพ่อ นาร์คยิ้มให้เลคอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นปฏิกิริยาของลูกชายตัวเอง
         "อยู่นู่นล่ะดูแลตัวเองดีๆนะเลค จะมาทำตัวเป็นวัยรุ่นใจร้อนเหมือนตอนอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วนะ" นาร์คบอกพร้อมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะดันหลังลูกชายตัวเองให้ออกจากบ้านไปเพราะเห็นว่าอีกไม่นานเรือที่เลคจะต้องโดยสารจะมาเทียบท่าแล้ว แต่ดันไปได้เพียงเล็กน้อยเธอก็ออกแรงดันลูกชายต่อไปอีกไม่ไหวเมื่อเลคยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาหันกลับมาหานาร์คก่อนจะมองหน้าแม่ด้วยเองด้วยสีหน้าที่จริงจัง
         "แม่... ผมจะไม่เป็นไร.. และจะกลับมาหาแม่ทันทีที่เรียนจบ จะส่งข่าวมาบ่อยๆ จะกลับมาเยี่ยมเท่าที่มาได้ ....ผมจะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง...จะไม่ทำให้ชื่อเสียงตระกูลคีทของเราต้องมัวหมองแน่นอน" สิ้นเสียงเจ้าตัวก็เดินหันหลังกลับไปก่อนจะออกเดินทางที่ยังท่าเรือด้วยการก้าวเท้าที่มั่นคง ทำเอาผู้เป็นมารดายิ้มออกมาบางๆ
         ลูกชายเราโตขึ้นขนาดนี้เมื่อไหร่หนอ.... เจ้าตัวจ้อยเมื่อวันวานกลับกลายเป็นบุรุษหนุ่มที่พอจะให้แม่พักพิงได้ แผ่นหลังที่เมื่อก่อนดูเล็กกระจ้อยร่อย บัดนี้กลับดูแข็งแกร่งราวกับ
จะแบกโลกได้ทั้งใบ
         สายตาของนาร์คยังคงจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของเลคที่เดินต่อไปด้วยรอยยิ้มกระทั่งลูกชายตัวน้อยของเธอหายลับจากตาไป นาร์คเดินกลับเข้าบ้านพร้อมปิดประตูลง
         ลูกของเราโตแล้วนะ...รีเวอร์